มีหลายๆคนเคยถามมาว่า “ใช้ endian ทำไฟร์วอลล์ต้องใช้สเปกเครื่องคอมพิวเตอร์เท่าไรดี ? “  ผู้ถามก็มักจะได้คำตอบจากผมไปว่า “แล้วแต่มีเครื่องว่างๆไม่ได้ใช้งานเป็นใช้ได้” เหอๆ ความจริงแล้วขั้นต่ำสำหรับ 5 - 25 คนใช้ สเปกก็ควรจะอยู่ที่ CPU >= 1000 Mhz, RAM 512 Mb ถ้าผู้ใช้มีมากขึ้นสเปกก็ต้องสูงขึ้นตาม

วันนี้ผมเลยเอาภาพกราฟ การใช้งานของระบบในสองสภาวะ มาให้ดู นั่นคือ

1 สภาวะที่บ้านผม Server spac ดังนี้

CPU : model name      : Intel(R) Celeron(TM) CPU                1100MHz
stepping        : 1
cpu MHz         : 1102.534
cache size      : 256 KB
bogomips        : 2206.31
RAM : 512804 kB
ผู้ใช้ : 25 เครื่อง

จากรูปข้างบนเป็นระบบที่บ้านผม การใช้งานก็ถือว่าดีนะครับ และถ้าดูจากกราฟก็ถือว่าลงตัว มีการใช้งาน Swap นิดหน่อย อันเนื่องมาจาก RAM ขนาด 512 Mb ที่ติดตั้งอยู่นั้น พอดิบพอดีเลยเชียว ส่วนการทำงานก็ CPU ก็กำลังดีเลย

(more…)

Endian Firewall Community release 2.2 ที่ออกมามีfeatureเพิ่มขึ้นมามากพอควร หนึ่งในนั้นที่เป็นที่นิยมชมชอบของผมคือ multi wan port และได้นำไปประยุคใช้งานบ้างแล้ว แต่ก็ติดนิดนึงตรงที่ว่า การทำ ddns หรือ dynamic dns นั้นสามารถทำได้แค่ wan แรกเท่่านั้น ถึงแม้ตอนนี้มีการแก้บักมาถึง rc.2 แล้ว และมีการพูดถึงเรื่องนี้บ้างและแอบเห็นว่ามีการแก้ปัญหาบ้างแล้ว เช่นบักที่ 0000979 แต่ที่จะเขียนนี่เอาเป็นวิธีของผมเอง

wan1 หรือ main uplink นั้นสามารถคอนฟิกได้ปกติอยู่แล้ว จึงเขียนถึง wan2 โดยการเตรียมการดังต่อไปนี้

ผมใช้วิธีการเชื่อมต่อผ่าน PPPOE โดยมีชื่อ interface เป็น ppp1

ใช้โปรแกรมอัพเดท ddns ชื่อ ddclient ver. 3.7.3 ดาวน์โหลด

และก็ต้องมีการใช้งาน ddns จาก dyndns.com ด้วยนะครับ

เริ่มจาก
(more…)

ผมพยายามนึกถึงเอสเพรสโซแก้วแรกของผมอยู่พักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังนึกไม่ออกเสียที ก็เป็นซะอย่างนี้แหละความทรงจำ อยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ ผมมานั่งรอเธอพักใหญ่แล้ว ผมไม่ได้คุยกับเธอมานานแสนนาน นับจากวันที่เราพยายามห่างๆกัน นานเหมือนกันนะ จะสามปีหรือสามปีกว่าๆแล้วมั้ง แม้ไม่ได้คุยกันเลยแต่ก็ยังพอรู้กันและกันว่าเรายังห่วงใยกันอยู่บ้าง จากการที่เรา(เธอกับผม) หากได้เดินทางไปไหนต่อไหน มักจะส่งโปสการ์ดคุยกันบ่อยๆ บางทีการได้ระบายหรือเขียนอะไรออกไปทางเดียวโดยไม่มีการตอบโต้ อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราอยู่ได้นานกว่าที่เจอกันทุกวัน(หาเรื่อง)ทะเลาะกันทุกวัน “จิตตก

ริมคลองระบายน้ำข้างถนนวิภาวดี-รังสิตที่เดิม ที่ๆผมชอบมานั่งจิบเบียร์ ดูเงาจันทร์ที่ทาทาบกับผืนผิวน้ำคลำ พระจันทร์ในนั้นสั่นไหวจากการไหลเอื่อยของสายน้ำในคลอง ยุงฝูงเล็กๆบินวนน่ารำคาญ บ้างเผลอตบหน้าตัวเองไปหลายที “ไอ้ยุงบ้า” ด่ามันไปงั้น เพราะความจริงไม่รู้คนหรือยุงที่บ้า ถ้าไม่มานั่งชื่นชมกับบรรยากาศ ริมคลองน้ำเน่าอย่างนี้ ก็คงไม่มียุงมากวนใจ

หมอเปิดช่องให้กินเบียร์ได้บ้าง เนื่องจากคุณหมอคงคิดว่า คนอย่างผมคงไม่ตายเพราะกินเบียร์ แต่กลัวว่าจะตายเพราะไม่ได้กิน - -” นั่งละเอียดน้ำเบียร์สุขใจชมน้ำเสียที่เคยใสไหลเอื่อยๆ ยกโทรศัพท์เอามาดูเวลา จะสองทุ่มแล้ว เธอยังไม่มา “เหมือนเรานัดกันตอนทุ่มนึง” ผมคุยกับยุงตัวหนึ่งที่บินไปมาบนพื้นโต๊ะ ก่อนตบเพี๊ยะโดยไม่รอคำตอบไม่นานเธอโทรมาอิดออด ต่อว่ามาถึงแล้วไม่โทรหา ผมก็บอกไปว่าไม่เป็นไร คือเข้าใจไปเองว่านัดกันผ่าน msn ไปแล้วว่าทุ่มนึง ก็ไม่เป็นไร

ก็ไม่เป็นไร ชีวิตเหมือนนิยาย นิยายก็อาจจะมาจากชีวิตจริงก็ได้ ที่อยากเจอเธอ ไม่ได้เพราะอะไร การจบลงบางทีก็ดีที่สุดแล้ว ผมอ่านหนังสือของ วิสิทธิ์ โพธิวัฒน์ เรื่องที่เขียนถึงอยู่นี้ “The Espresso กลิ่นเวลาและคราบกาแฟ” นอกจากลีลาสำนวนที่เย้ายวนชวนอ่าน ไม่เว้นแต่ล่ะบรรทัด เนื้อเรื่องตัดสลับฉากย้อนไปย้อนมาคล้ายบทหนัง อ่านสนุกชวนติดตามอย่างระทึก งานเขียนเล่มนี้ของ วิสิทธิ์ เล่มนี้มีตัวละครตัวหนึ่งชื่อ อาจารี อาจารีที่ทำให้ทุกครั้งที่ผมตื่นจะต้องสั่นหัวแรงๆหลายๆครั้ง เพื่อใตร่ตรองว่า อาจารีไม่มีตัวตนอยู่จริง มันคงเป็นเรื่องบังเอิญอย่างร้ายกาจที่ อาจารี ในหนังสือเล่มนี้แทบจะเป็นคนเดียวกันกับคนที่ผมรู้จัก หรือคนที่ผมกำลังนั่งรอ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้ผมคิดถึงเธอไม่เว้นแต่ล่ะบรรทัด อยากให้เธอได้อ่านเล่มนี้ ถึงแม้มันจะจบแบบไม่แฮปปี้เอนดิ้ง ไม่ต่างจากการได้คบกันของสองเรา แต่อยากให้เธอได้อ่านเล่มนี้จริงๆ หนังสือที่วางอยู่ต่อหน้าผมนี้ที่ผมตั้งใจเอามาให้เธอเอาไปอ่าน

ผมวางโทรศัพท์มือถือลงบนหนังสือเล่มนี้เบาๆ สบัดหัวไปมาดึงความรู้สึกที่กำลังตกในห้วงลึกกลับมา ฝูงยุง(อาจจะฝูงเดิมเมื่อสักครู่นี้) บินไปมา น่ารำคาญ ริมคลองน้ำไหลเอื่อย ละเลียดเบียร์แก้วสุดท้ายก่อนจะกลับ และยังไม่สามารถจำได้ว่า เอสเพรสโซแก้วแรกของผมคือตอนไหน

ช่วงนี้เหงาๆเลยเอาเพลงเบาๆช้าๆเศร้าๆเอามาฝากกันฟัง จันทนีย์ (อูนากูล) พงศ์ประยูร น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก หากเมื่อสัก 25-26 ปีที่ผ่านมาพวกเขายังเป็นวัยรุ่นกันอยู่ ผมเองช่วงนั้นยังอยู่ ป.1 หรือ ป.2 นี่กระมัง มีโอกาสได้ฟังเพลงเหล่านี้ก็ผ่านมาอีกหลายปีดีดัก จันทนีย์ หรือพี่น้อย นอกจากจะร้องเพลงได้ไพเราะแล้วยังแต่งเพลงที่ไพเราะไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เธอ , ลองรัก และอีกหลายเพลง ที่ยกตัวอย่างสองเพลงนี้เพราะว่าคนยุคเราคงคุ้นหูจากการขับร้องโดย ท่านพี่ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ในบทบาทของนักร้องถือว่าครอบครัวผมชอบมาก สำหรับนักร้องคนนี้ พี่อ้อยังได้ถ่านรูปคู่กับพี่กี้แกหลายรูปอยู่ ตัวจริงดำอยู่แล้ว หรือ เพราะว่า่ช่วงนั้นตากแดดหาเสียงเพราะลงสมัคร สส. ก็มิทราบได้

ชอบโดยยังไม่ได้สนใจว่าใครเ็ป็นคนแต่งเพลงเหล่านี้ เมื่อได้มีโอกาสได้ฟังเพลงเหล่านี้ ที่พี่น้อยแต่งเอง และร้องเอง ความไพเราะนั้นได้แทรกซึมอยู่ในทุกคำร้องทุกทำนองกระทั่งเสียงของลมหายใจ

เพลงเธอ

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

เพลงเธอที่แสนดี

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

memories

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

บางเวลาที่เหงาๆ ได้เพลงเหล่านี้ขับกล่อม ฉุดลากความคิดกลับสู่อดิตอีกครา กลิ่นของช่วงเวลาเก่าๆกลับคืนมา ได้คิดถึงหลายๆคน ที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลย คิดถึง คิดถึง

“น้ำตาล” ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมรู้จักตั้งแต่สมัยเด็ก เรามีเวลาได้อยู่ใกล้ชิดกัน สิบกว่าวันในช่วงปิดเทอม ขณะที่ผมไปเยี่ยมญาติ มันคือรักครั้งแรก รักครั้งแรกที่ไม่เอาไหนเอาเสียเลย ตลอดเวลาที่เจอเธอในสิบกว่าวันนั้น ผมไม่เคยคุยกับเธอเลย ได้แต่แอบมอง เดินสวนกันไปมา ชื่อ น้ำตาล ของเธอ ถ้าญาติไม่บอก ถึงวันนี้ผมเองก็คงอาจจะยังไม่รู้ สิบหกปีให้หลังถึงได้รู้ว่าเธอเองก็อยากคุยกับผมในวันวานที่ผ่านมา แต่ตอนนี้มันก็สายไปแล้ว(ถ้าคิดจะจีบเธอ)

“กุย” เธอเป็นดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งตอนอยู่มัธยม 1 เธอเป็นคนสวยที่ไม่ฉลาดเลย ไม่ฉลาดเลยที่มาชอบผม ยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม ขณะที่ผมรอซื้อน้ำอยู่ กุยเดินเข้ามาพร้อมกับถุงน้ำอัดลมกับประโยคที่ว่า”ให้พี่เอ”แล้วกุยก็วิ่งหายไป เวลาผ่านไป 7-8 ปี ได้เจอกันอีกพร้อมกับเจ้าตัวเล็ก วันนั้นที่ร้านกาแฟแม้เป็นเวลาสั้นๆ แต่เราคุยกันได้เยอะแยะมากมาย มากกว่าหนึ่งปีตอนที่เราชอบกันขณะเรียนมัธยมต้นเสียอีก และหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

“เอ” หลานนายทหารชั้นผู้ใหญ่แห่งลพบุรี จิตใจเข็มแข็งเด็ดเดี่ยว เอชอบไอ้เจี๊ยบลูกกำนันเพื่อนผม โดยเธอใช้แรงงานผมเป็นพ่อสื่อ เวลาและหน้าที่พ่อสื่อของผมนับวันทำให้ผมกับเอ สนิทกันมากขึ้น มากขึ้น จนประกายตาที่มองกันของสองเราเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน

“จี้” เป็นผู้หญิงติงต๊อง เฮฮา สนุกสนาน แต่ใครจะเชื่อ ว่าเขาเป็นคนที่มาช่วยผมจากการถูกรุมกระทืบโดยเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง บ้านจี้อยู่หลังสถานีรถไฟ หลายปีก่อนผ่านไป บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่เสียแล้ว

“ปลา” ปลาเหมือน”น้ำตาล”เลย ผมเรียนที่โรงเรียนเดียวกันกับปลาแต่คนล่ะห้องตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.3 ผมไม่เคยคุยกับเธอเลย แอบมองบ้างบางเวลาที่เผลอตัว ก็นะ ช่วงวัยนั้นเธอเป็นคนน่ารัก สวย ที่สำคัญเธอผมยาว เราจบ ม.3 มาด้วยกันโดยไม่ได้คุยกัน จากนั้นอีกสามปี วันที่ผมสอบวิทยุสมัครเล่นได้ ขณะที่ขึ้นความถี่ ได้คุยกับผู้หญิงคนหนึ่งเสียงไม่คุ้นนัก เราคุยกันอยู่หลายวัน จนนัดเจอกัน ให้ตายเถอะ ผู้หญิงบนความถี่คนนั้นก็คือปลา ที่เมื่อหกปีที่แล้วเราเข้าเรียน ม.1 โรงเรียนเดียวกันแต่คนล่ะห้องนั่นเอง หลังจากนั้นเราก็ได้เป็นแฟนกัน จนวันเวลาได้ขยายช่องว่างระหว่างเราออกไปเรื่อยๆ จนวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน

“นก” ไอ้หลิวเพื่อนรวมโรงเรียนตอนม.ต้น ไอ้นี่มันออกจะนักเลงนัก ผมจะไม่ค่อยสังคมกับนักเลยอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยชอบขี้หน้ามันนัก สี่ปีหลังจากจบม.3 เมื่อตอนที่ผมคบกับนกตอน ปวส. ปี1 ในวันหนึ่งที่ผมไปรับนกเพื่อออกไปทำการบ้านที่สวนสาธารณะ ผมดันไปเจอไอ้หลิว นั่งเป็นแปะหน้าบูดอยู่ภายในบ้าน นกแนะนำให้เรารู้จักกัน เรายิ้มให้กันหน้าแห้งๆ ทำความรู้จักกันในระยะห้าเมตร ลับหลังนก เราก็ทักทายกันภาษาชาวเรา “กล้วย เป็นไงว่ะไม่เจอหน้าเลย” “แล้วนี่มึงมาจีบน้องกูหรอ” หลิวมองผมด้วยสายตาเอาคำตอบ “เออ” คำตอบสั้นๆ ความหมายให้หลิวคิดเอา หลิวเปลี่ยนสายตาที่เอาคำตอบ ไปเป็นสายตาที่เป็นคำสั่ง “อย่าให้น้องกูร้องให้นะ” ถ้าวันนี้ได้เจอหลิืว อยากบอกหลิวว่า “กูขอโทษ”

และอีกหลายๆคนที่ตอนนี้ยังไม่คิดถึง เอาไว้คิดถึงแล้วจะเขียนถึงนะ และสำหรับเพลงในอัลบั้มนี้การันตีว่าไพเราะทั้ง 13 เพลง ฟังเพลงตัวอย่าง และ เข้าชมเว็บของพี่น้อยได้ที่ http://www.chantanee-p.com/

Next Page »